บัดนี้, เกี่ยวกับสภาพของจิตวิญญาณระหว่างการตายกับการฟื้นคืนชีวิต—ดูเถิด, เทพทำให้เป็นที่รู้แก่พ่อ, ว่าวิญญาณมนุษย์ทุกคนนั้น, ทันทีที่ออกจากร่างอันเป็นมรรตัยนี้, แท้จริงแล้ว, วิญญาณมนุษย์ทุกคน, ไม่ว่าพวกเขาดีหรือชั่ว, พระองค์ย่อมทรงนำกลับบ้านไปสู่พระผู้เป็นเจ้าองค์นั้นผู้ประทานชีวิตให้พวกเขา. และเมื่อนั้นเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือ, พระองค์ทรงรับวิญญาณคนชอบธรรมเข้าในสภาพแห่งความสุข, ซึ่งเรียกว่าเมืองบรมสุขเกษม, สภาพของการพักผ่อน, สภาพของความสงบสุข, ซึ่งที่นั่นพวกเขาจะพักผ่อนจากความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวงของพวกเขาและจากความกังวลทั้งปวง, และโทมนัส.
แอลมาสอนว่าวิญญาณยังคงมีชีวิตอยู่หลังความตาย และคนชอบธรรมเข้าสู่สภาวะแห่งการพักผ่อนที่เรียกว่าเมืองบรมสุขเกษม
สุรเสียงของพระเจ้ามาถึงข้าพเจ้าดังนี้, โดยตรัสว่า : คนทั้งปวงที่ตายโดยปราศจากความรู้ถึงพระกิตติคุณนี้, ผู้ที่จะรับไว้หากเขาได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อไป, จะเป็นทายาทของอาณาจักรซีเลสเชียลของพระผู้เป็นเจ้า; คนทั้งปวงที่จะตายนับจากนี้ไปโดยปราศจากความรู้ถึงสิ่งนี้เช่นเดียวกัน, ผู้ที่จะรับไว้ด้วยสุดใจของพวกเขา, จะเป็นทายาทของอาณาจักรนั้น; เพราะเรา, พระเจ้า, จะพิพากษามนุษย์ทั้งปวงตามงานของพวกเขา, ตามความปรารถนาของใจพวกเขา.
ผู้ที่สิ้นชีวิตไปโดยไม่ได้ยินพระกิตติคุณแต่จะได้รับหากมีโอกาส จะไม่ถูกกันออกไป พระผู้เป็นเจ้าทรงพิพากษาตามความปรารถนาของใจ
ขณะข้าพเจ้าไตร่ตรองถึงเรื่องเหล่านี้ซึ่งมีเขียนไว้, พระวิญญาณทรงเปิดดวงตาแห่งความเข้าใจของข้าพเจ้า, และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตบนข้าพเจ้า, และข้าพเจ้าเห็นหมู่คนตาย, ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่.
นิมิตเรื่องโลกวิญญาณของประธานโจเซฟ เอฟ. สมิธในปี 1918 เริ่มต้นขณะท่านไตร่ตรองพระคัมภีร์
แต่ดูเถิด, จากบรรดาคนชอบธรรม, พระองค์ทรงวางระเบียบกำลังคนของพระองค์และทรงกำหนดผู้ส่งสารทั้งหลาย, ห่อหุ้มด้วยพลังอำนาจและสิทธิอำนาจ, และทรงมอบหมายให้พวกเขาออกไปนำความสว่างแห่งพระกิตติคุณไปให้คนเหล่านั้นที่อยู่ในความมืด, แม้ให้วิญญาณทั้งปวงของมนุษย์; และจึงสั่งสอนพระกิตติคุณแก่คนตายดังนั้น.
พระผู้ช่วยให้รอดทรงจัดระเบียบวิญญาณผู้ชอบธรรมให้นำพระกิตติคุณไปยังคนตายทั้งปวง
จึงสั่งสอนพระกิตติคุณดังนั้นแก่คนเหล่านั้นผู้ตายในบาปของพวกเขา, โดยปราศจากความรู้ถึงความจริง, หรือในการล่วงละเมิด, โดยปฏิเสธศาสดาพยากรณ์ทั้งหลาย. คนเหล่านี้ได้รับการสอนถึงศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า, การกลับใจจากบาป, การบัพติศมาแทนเพื่อการปลดบาป, ของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยการวางมือ, และหลักธรรมอื่น ๆ ทั้งสิ้นของพระกิตติคุณที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้เพื่อทำให้ตนเองมีคุณสมบัติเพื่อพวกเขาจะได้รับการพิพากษาตามมนุษย์ในเนื้อหนัง, แต่ดำเนินชีวิตตามพระผู้เป็นเจ้าในวิญญาณ.
วิญญาณในโลกวิญญาณได้รับการสอนพระกิตติคุณอย่างสมบูรณ์ รวมถึงบัพติศมาแทน
ท่านศาสดาพยากรณ์ โจเซฟ สมิธ, และบิดาข้าพเจ้า, ไฮรัม สมิธ, บริคัม ยังก์, จอห์น เทย์เลอร์, วิลฟอร์ด วูดรัฟฟ์, และวิญญาณเลิศเลออื่น ๆ ผู้ที่ทรงเก็บไว้รอให้ออกมาในความสมบูรณ์แห่งเวลาเพื่อมีส่วนในการวางรากฐานของงานยุคสุดท้ายอันสำคัญยิ่ง, รวมทั้งการสร้างพระวิหารทั้งหลายและการประกอบศาสนพิธีในนั้นเพื่อการไถ่คนตาย, ก็อยู่ในโลกวิญญาณด้วย.
วิญญาณที่ดีเลิศได้รับการสงวนไว้เพื่อวางรากฐานของงานยุคสุดท้าย รวมถึงพระวิหารและศาสนพิธีเพื่อคนตาย
ข้าพเจ้าเห็นว่าเอ็ลเดอร์ที่ซื่อสัตย์ของสมัยการประทานนี้, เมื่อพวกเขาออกไปจากชีวิตมรรตัย, ทำงานของพวกเขาต่อไปในการสั่งสอนพระกิตติคุณแห่งการกลับใจและการไถ่, โดยผ่านการพลีพระชนม์ชีพของพระบุตรองค์เดียวที่ถือกำเนิดของพระผู้เป็นเจ้า, ในบรรดาคนเหล่านั้นผู้อยู่ในความมืดและภายใต้พันธนาการแห่งบาปในโลกอันไพศาลแห่งวิญญาณของคนตาย. คนตายผู้ที่กลับใจจะได้รับการไถ่, โดยการเชื่อฟังศาสนพิธีแห่งพระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้า, และหลังจากพวกเขารับโทษของการล่วงละเมิดของพวกเขา, และได้รับการชำระล้างให้สะอาดแล้ว, จะได้รับรางวัลตามงานของพวกเขา, เพราะพวกเขาเป็นทายาทแห่งความรอด.
ผู้ซื่อสัตย์ยังคงสั่งสอนต่อไปหลังความตาย และคนตายที่กลับใจจะได้รับการไถ่ผ่านศาสนพิธีพระวิหาร
และวิญญาณมากเท่าที่อยู่ในเรือนจำพากันออกมา, และยืนทางพระหัตถ์ขวาของพระผู้เป็นเจ้า; และคนที่เหลือถูกจองจำไว้ในโซ่แห่งความมืดจนถึงการพิพากษาแห่งวันอันสำคัญยิ่ง.
ในนิมิตของเอโนค วิญญาณในคุกออกมาอยู่ทางพระหัตถ์ขวาของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเชื่อมโยงกับงานของพระผู้ช่วยให้รอด